ทำเอาแฟนๆ อึ้งตามกันไปเมื่อตำนานแข้งดีกรีบัลลงดอร์โพสต์รูปตัวเองในโซเชียลมีเดียด้วยสภาพแทบจำไม่ได้ แต่เรื่องนี้มีที่มาที่ไป ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิด

โรแบร์โต้ บาจโจ้ อดีตยอดกองหน้าของ ยูเวนตุส, มิลาน และทีมชาติอิตาลี สร้างชื่อเสียงมาช้านานในโลกลูกหนัง คนละเรื่องกับสังคมออนไลน์ที่ถือเป็นหน้าใหม่ ถึงกระนั้นยังมีลูกเล่นเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ติดตามหลักแสนใน อินสตาแกรม ส่วนตัว

เจ้าของฉายา “เปียทองคำ” บนวัย 57 ปี มักจะแชร์รูปภาพกับครอบครัวของเขา ตลอดจนทริปขับรถชมวิวตามพื้นที่ชนบทของ อิตาลี กระทั่งล่าสุดทำการแหวกแนวด้วยภาพของเขาถือรูปวาดเหมือนตัวเองอีกที

ที่ฮือฮาก็คือทั้งรูปร่างอวบอ้วนไม่หลงเหลือเค้าเดิม และทรงผมหยิกยาวย้อนวัยสมัยฟาดแข้ง ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วแค่ตัดต่อรูปภาพตัวเองเท่านั้น

บาจโจ้ แคปชั่นใต้โพสต์ภาพดังกล่าวว่า “แล้วพบกันเร็วๆ นี้…นาร์โคส 4” (สื่อถึงซีรี่ส์ดังเกี่ยวกับมาเฟีย-พ่อค้ายาเม็กซิกัน ซึ่งฉายไปแล้ว 3 ซีซั่น)

ขณะที่แฟนคลับผู้ติดตามรายหนึ่ง แสดงความเห็นว่า “เดี๋ยวก่อนนะ ผมนี่อึ้งไปเลย”

รายที่ 2 พิมพ์ข้อความว่า “บาจโจ้ พลัส”

ส่วนรายที่ 3 หล่นคอมเมนต์ไว้ว่า “ฉันแยกแยะไม่ออกเลยว่ารูปแรกนั่นตัดต่อ หรือเป็นพ่อของ บาจโจ้ กันแน่”

ทั้งนี้ โรบี้ บาจโจ้ โด่งดังสุดๆ ในช่วงยุค’90 โดยเฉพาะปี 1993 ที่ช่วยให้ ยูเว่ คว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ยูโรปา ลีก) พร้อมคว้าบัลลงดอร์ ก่อนเป็นดาวเด่นทัพ “อัซซูรี่” เข้าชิงฟุตบอลโลก 94 ที่ซึ่งเขาติดภาพจำยิงจุดโทษโด่งข้ามคานส่งให้ บราซิล ผงาดแชมป์ นอกจากนี้ยังได้สคูเด็ตโต้ 2 ปีซ้อนกับทีมม้าลายซีซั่น 1994/95 และ มิลาน 1995/06

แต่ยังไงเขาก็ยังเป็นขวัญใจชาวแฟนบอล

โรแบร์โต บัจโจ (อิตาลี: Roberto Baggio) เกิดเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1967 ที่เมืองกัลดอญโญ ประเทศอิตาลี บัจโจมีชื่อเสียงมาจากการเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมอิตาลีในฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งครั้งนั้นอิตาลีได้ทะลุมาถึงรอบชิงชนะเลิศกับบราซิล บัจโจในฐานะกองหน้าจึงเป็นความหวังของชาวอิตาลีและแฟน ๆ ทั่วโลก ว่าจะเป็นผู้นำพาอิตาลีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 4 ได้ แต่การแข่งขัน 120 นาที เสมอกัน 0:0 จึงต้องตัดสินกันที่ลูกจุดโทษ ซึ่งบัจโจที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า บาดเจ็บ เป็นผู้ยิงประตูสุดท้ายด้วย ปรากฏว่าเขายิงพลาดเหินข้ามคานไป ส่งผลให้บราซิลได้แชมป์ฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 4 ไปทันที

โรแบร์โต บัจโจ เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกในปี พ.ศ. 2525 (ค.ศ. 1982) กับสโมสรวีเชนซา บ้านเกิด จนถึงปี พ.ศ. 2528 (ค.ศ. 1985) จึงย้ายไปอยู่ที่ฟีออเรนตีนา จากนั้นในปี พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) จึงย้ายไปอยู่ที่ยูเวนตุส สโมสรชั้นนำของอิตาลีและของยุโรป จนได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปหรือบาลงดอร์ (Ballon d’Or) ในปี พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) ก่อนที่จะเป็นกองหน้าในทีมชาตินำทีมเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐอเมริกา และพาทีมเป็นรองแชมป์โลก

จากนั้น บัจโจ จึงได้ย้ายไปอยู่ที่เอซีมิลาน ในปี พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) ไปอยู่กับโบโลญญาในปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) ย้ายไปอยู่กับอินเตอร์มิลาน ในปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) และเบรชชา ในปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) ก่อนที่จะแขวนรองเท้าไปในปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004)

โรแบร์โต บัจโจ เป็นนักฟุตบอลรูปร่างเล็ก โดยสูงเพียง 174 เซนติเมตรเท่านั้น เป็นนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงโด่งดังคนหนึ่งทีเดียวในสมัยที่ยังเล่นฟุตบอลอยู่ มีเอกลักษณ์ประจำตัวคือผมเปียที่ท้ายทอย เป็นนักฟุตบอลที่หน้าตาดี จึงได้ฉายาจากแฟนฟุตบอลชาวไทยว่า เทพบุตรเปียทองคำ ชีวิตส่วนตัวนับถือศาสนาพุทธ[1] เคยมีข่าวในทำนองที่ว่าเดินทางมาประเทศไทยเพื่อให้หลวงพ่อคูณฝังตะกรุดมาแล้วด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้ว บัจโจนับถือพุทธศาสนาแบบมหายาน โดยอยู่ในสมาคมโซคา งัคไก สากล (Soka Gakkai International) ซึ่งไม่ได้นับถือเครื่องรางของขลังดังกล่าว แรก ๆ ที่เริ่มมีชื่อเสียงถูกเรียกชื่อเป็นภาษาไทยว่า โรเบอร์โต้ บักจิโอ้ หรือ โรเบอร์โต้ บักโจ้

ผลงาน ระดับสโมสร Club

Juventus

แชมป์ UEFA Cup : 1992-93
แชมป์ Calcio Serie A : 1994–95
แชมป์ Coppa Italia : 1994–95
Ac Milan

แชมป์ Calcio Serie A : 1995–96
ระดับทีมชาติ International

Italy

FIFA World Cup Third Place : 1990
FIFA World Cup Runner-up : 1994

เกียติประวัติส่วนบุคล ที่โดดเด่น

World Soccer Player of the Year: 1993
รางวัล Ballon d’Or : 1993
FIFA World Player of the Year : 1993
FIFA World Cup Silver Ball : 1994
FIFA World Cup All-Star Team : 1994
Onze de Bronze : 1994
Ballon d’Or (Silver Award) : 1994
FIFA World Player of the Year (Bronze Award) : 1994

By admin

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *